1. ศูนย์ปรึกษาการประหยัดพลังงาน หอการค้าไทยแถลงข่าว โครงการเครือข่ายความร่วมมือด้านพลังงาน 4 หน่วยงาน
หอการค้าไทย ขอเชิญท่านร่วมทำข่าว และร่วมงานแถลงข่าว โครงการเครือข่ายความร่วมมือด้านพลังงาน 4 หน่วยงาน คือ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน ESCO Information Center สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ศูนย์การปรึกษาการประหยัดพลังงาน หอการค้าไทย และศูนย์ปรึกษาการประหยัดพลังงาน การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ในวันพุธที่ 9 กันยายน ตั้งแต่ เวลา 08.30 น. ณ ห้องประชุมใหญ่ อาคาร 2 (ตึกเหลือง) กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน โดยมี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานให้เกียรติเป็นประธานกล่าวแถลงเกี่ยวกับโครงการ
---------------------------------------------------------------------
2. IEA ชี้ ทั่วโลกเริ่มสนใจใช้เชื้อเพลิงชีวภาพมากขึ้น
คาดปี 2573 ความต้องการใช้เพิ่มเป็น 4% จากปัจจุบันมีสัดส่วนอยู่ที่ 1.5%
นายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า การจัดงาน Bangkok Biofuels 2009 ภายใต้หัวข้อการพัฒนาพลังงานชีวภาพอย่างยั่งยืน เพื่อถ่ายทอดงานทางด้านการพัฒนาพลังงานชีวภาพ มีประเด็นข้อถกเถียงด้านวัตถุดิบที่ปัจจุบันมีการนำพืชอาหารมาผลิตเป็นพลังงาน ดังนั้นในอนาคตจะต้องพัฒนาพลังงานที่ผลิตจากพืชพลังงานโดยตรง เช่น การผลิตไบโอดีเซลจากสาหร่าย การผลิตเอทานอลจากเศษไม้และฟางข้าว เป็นต้น
นอกจากนี้ยังได้แลกเปลี่ยนแนวคิดเรื่องราคาเอทานอล ด้านการกำหนดราคาในแต่ละประเทศ ที่สะท้อนตามต้นทุนที่แท้จริง เพื่อให้ราคาเอทานอลสามารถแข่งขันได้กับราคาน้ำมันโดยไม่มีกลไกการให้เงินช่วยเหลือ ซึ่งประเทศบราซิล ประสบความสำเร็จมาแล้ว ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้ที่ในอนาคตกลุ่มประเทศอาเซียนจะเป็นศูนย์กลางผู้ผลิตและผู้ส่งออกพลังงานชีวภาพระดับโลก หรือ โอเปกแห่งเชื้อเพลิงชีวภาพ เนื่องจากมีความสมบูรณ์และความสามารถในการปลูกพืชพลังงาน สำหรับประเทศไทยก็จะเดินตามแผนพลังงานทดแทนของประเทศที่ตั้งเป้าหมายว่าใน 15 ปีข้างหน้า ที่จะส่งเสริมทั้งเอทานอลและไบโอดีเซล และพลังงานทดแทนอื่นในสัดส่วน 15%
ด้านนายริชาร์ด โจนส์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร องค์การระหว่างประเทศ(ไออีเอ)กล่าวว่า ทั่วโลกขณะนี้ให้ความสนใจในเรื่องการส่งเสริมเชื้อเพลิงชีวภาพมากขึ้น ดังนั้นความร่วมมือในการส่งเสริมร่วมมือกันจะทำให้ลดปัญหาทั้งเรื่องแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นโดยขณะนี้ทั่วโลกมีการใช้เพลังงานชีวภาพ 1.5%ของการใช้น้ำมัน ที่มีประมาณ 85 ล้านบาร์เรลต่อวัน และคาดว่าในอนาคตปี 2573 ความต้องการใช้จะเพิ่มเป็นอย่างน้อย 4% ซึ่งหากทุกประเทศสนับสนุนนอย่างจริงจัง คาดว่าจะเพิ่มเป็น 8% และในปี2593 คาดว่าความต้องการใช้จะเพิ่มเป็น 25%จากความต้องการน้ำมัน 100 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งการสนับสนุนจะต้องทำควบคู่ระหว่างการพัฒนาเทคโนโลยีและปริมาณ รวมถึงชนิดที่ต้องพัฒนาให้พร้อม ซึ่งขณะนี้เชื้อเพลิงที่ไม่ใช่อาหารที่เริ่มพัฒนาได้แล้ว เช่น สาหร่าย สบู่ดำ และเศษไม้ ฟางข้าว และแกลบ เป็นต้น
---------------------------------------------------------------------
3. เอกชนเมินคลังกลางเอทานอล แนะรัฐกำหนดราคาขายล่วงหน้า
ผู้ค้าเอทานอลส่ายหน้าไม่สนคลังกลาง หวั่นต้นทุนเพิ่มแถมดันราคาเอทานอลขยับตาม แนะรัฐกำหนดระดับราคาขาย หวังดึงผู้ประกอบการรายใหม่เข้าระบบเพิ่ม ด้าน "พลังงาน"เร่งเดินหน้าแก้ปัญหาเอทานอลขาดแคลน เล็งสร้างคลังกลาง พร้อมออกกฎหมายบังคับปริมาณสต๊อก ย้ำปลายปีนี้ไร้ปัญหาเอทานอลขาด
---------------------------------------------------------------------
4. นัดถกค่าชดเชยเอ็นจีวีปตท.วันนี้ พลังงานฝันฮับเชื้อเพลิงชีวภาพ ล้อมกรอบราคาเอทานาอล
"พลังงาน"นัดถกชดเชยเอ็นจีวีวันนี้ พร้อมสานต่อโครงการเปลี่ยนแท็กซี่แอลพีจีเป็นเอ็นจีวีด้าน"วรรณรัตน์"จับมืออีไอเอ หวังขึ้นแท่นฮับเชื้อเพลิงชีวภาพพร้อมเจรจาราคาเอทานอลให้สะท้อนต้นทุนจริง
นายณอคุณ สิทธิพงศ์ รองปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ความคืบหน้านโยบายเปลี่ยนรถแท็กซี่แอลพีจีเป็นเอ็นจีวีนั้น โดยวันนี้(8ก.ย.) จะนัดผู้ประกอบการกลุ่มแท็กซี่หารือร่วมกันจากนั้นจะเดินสายสำรวจอู่ติดตั้งต่อไป คาดว่าจะได้รับความชัดเจนภายในเดือนก.ย.นี้
---------------------------------------------------------------------
5. ฝันดันอาเซียนฮับพลังงานทดแทน ส่วนไทยฮับแก๊สโซฮอล์-ไบโอดีเซลหวังปี 2050 ลดการใช้น้ำมันลง 25%
"วรรณรัตน์" หวังดันอาเซียนยืนด้วยขาตัวเอง เป็นโอเปกแห่งเชื้อเพลิงชีวภาพ ลดการพึ่งพาน้ำมันจากกลุ่มตะวันออกกลาง
นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.พลังงาน เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดงานการประชุม Bangkok Biofuels 2009 ในหัวข้อ "การพัฒนาเชื้อเพลิงชีวภาพอย่างยั่งยืน" ซึ่งจัดโดยกระทรวงพลังงานและองค์การ
---------------------------------------------------------------------
6. ผู้ค้าเคาะราคาเอทานอล ปลายปีนี้ขึ้นลิตรละ2บาท-น้ำมันจ่อลดอีก
นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.พลังงาน กล่าวว่า กระทรวงพลังงานอยู่ระหว่างติดตามปัญหาเอทานอล โดยแม้ว่าเดือนพฤศจิกายนนี้จะมีการตึงตัว แต่มั่นใจว่าจะไม่ขาดแคลนแน่นอน
---------------------------------------------------------------------
7. หุ้นร้อนดัชนีสูงสุดรอบ 1 ปี ลุยซื้อปตท.เก็งข่าวควบฯ
ดัชนีพุ่งกว่า 14 จุด ปิดที่ระดับ 682 จุด สูงสุดรอบ 1 ปี กลุ่มพลังงานนำตลาด หลังนักลงทุนลุยซื้อกลุ่ม ปตท.เก็งข่าวควบรวมกิจการ ผสมโรงกับตลาดหุ้นต่างประเทศปรับเพิ่มขึ้น แนวโน้มวันนี้ติดตามหุ้นนอก บล.พัฒนสินแนะเลือกลงทุนรายบริษัทในกลุ่มโรงกลั่น รับเหมาก่อสร้าง ด้านโบรกเกอร์แนะจับตา 5 หุ้นใหญ่ "บ้านปู-แบงก์กรุงเทพ-กสิกรไทย-กรุงศรีฯ-บีอีซีแอล" แขวนเอ็กซ์ดีคาดมีผลกระทบดัชนีไม่เกิน 1 จุด
---------------------------------------------------------------------
8. จี้แก้เอทานอลแพงปลายปีขึ้น 26 บาทห่วงกระทบโซฮอล์
ผู้ค้าน้ำมันจี้พลังงานเร่งสางปัญหาเอทานอลแพง เผยราคาไตรมาส 4 ขึ้นอยู่ที่ 26 บาทต่อลิตร ห่วงต้นทุนเพิ่มไม่จูงใจคนใช้แก๊สโซฮอล์
นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า กระทรวงได้ติดตามปัญหาเอทานอลอย่างใกล้ชิดและเชื่อว่าจะไม่ขาดแคลนแน่นอน โดยวันศุกร์นี้จะไปเยี่ยมโรงงานผลิตจากมันสำปะหลังเพื่อดูกระบวนการผลิตให้เกิดความแน่ใจ ซึ่งการผลิตจากโรงงานมันสำปะหลังจะทดแทนเอทานอลจากอ้อยที่มีปัญหาราคาแพง
---------------------------------------------------------------------
9. กระทรวงพลังงานมั่นใจเอทานอลไม่ขาด แม้ ครม.ยังไม่อนุมัติขายแป้งมันในประเทศ
นายพรชัย รุจิประภา ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานเร่งติดตามปัญหาเอทานอล มั่นใจจะไม่ขาดแคลน แม้ ครม.วานนี้ยังไม่อนุมัติขายแป้งมันสำปะหลังในประเทศ แต่ยอมรับราคาโมลาส-น้ำตาลตลาดโลกพุ่งสูงสุด จะทำให้เอทานอลตึงตัวในเดือน พ.ย.นี้
นายพรชัย กล่าวว่า ได้รับทราบจากทางโรงงานขอนแก่นแอลกอฮอล์แล้วว่า ยังไม่สามารถซื้อแป้งมันฯ สตอกรัฐ เพื่อนำมาผลิตเอทานอลได้ จากที่เสนอประมูล 30,000 ตัน ราคา 7.75 บาท/ตัน เพราะเป็นราคาต่ำกว่ากที่ระทรวงพาณิชย์ต้องการ และ ครม.ยังไม่เห็นชอบการจำหน่ายไปแล้วเมื่อวานนี้ (1 ก.ย.) ซึ่งกระทรวงพลังงานคงไม่เป็นคนกลางในการช่วยเจรจา เพราะเรื่องนี้อยู่ภายใต้การดูแลของกระทรวงพาณิชย์ที่ต้องการราคาที่ดีที่สุด อย่างไรก็ตาม เชื่อมั่นว่าจะไม่ส่งผลให้เอทานอลขาดแคลน เพราะโรงงานสามารถซื้อแป้งมันฯ จากตลาดได้ในต้นทุนที่ต่ำกว่าการประมูล เนื่องจากซื้อในตลาด 8.50 บาท/กก. เป็นราคาจัดส่งถึงหน้าโรงงาน ในขณะที่ราคาประมูลจากภาครัฐจะต้องซื้อยกลอต และจัดการเรื่องคลังเก็บและการขนส่งเองทั้งหมด
นายพรชัย กล่าวว่า ได้มอบหมายให้กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ไปตรวจสอบสตอกเอทานอลของโรงงานเอทานอลทั้งหมด 16 แห่ง และของผู้ค้าน้ำมัน พบว่า มีปริมาณเอทานอลรวม 48 ล้านลิตร ซึ่งสามารถรองรับความต้องการใช้ได้ 1 เดือนครึ่ง ขณะเดียวกัน โรงงานผลิตเอทานอลทั้ง 16 แห่ง ยังผลิตเอทานอลป้อนความต้องการของตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยสตอกเอทานอลเดือน ก.ย. 2552 อยู่ที่ 42 ล้านลิตร, เดือน ต.ค. อยู่ที่ 38.6 ล้านลิตร, เดือน พ.ย. 28.7 ล้านลิตร และในเดือน ธ.ค. สตอกเอทานอลจะเพิ่มเป็น 41.8 ล้านลิตร เนื่องจากเป็นช่วงเปิดหีบอ้อย ซึ่งจะมีกากน้ำตาล เพื่อใช้ในการผลิตเอทานอล ออกสู่ตลาดมากขึ้น
เอทานอลอาจจะตึงตัวในช่วงเดือน พ.ย. 2552 แต่ก็ยังเพียงพอกับความต้องการใช้ที่อยู่ในระดับ 1.2 ล้านลิตร/วัน หรือเดือนละ 35-36 ล้านลิตร แต่จากราคาโมลาส-น้ำตาลที่สูง คงทำให้ราคาเอทานอลอยู่ในระดับสูง ก็คงอยู่ในระดับ 24-25 บาท/ลิตร ซึ่งคาดว่าจะทรงตัวในระดับนี้ต่อไปจนถึงช่วงเปิดหีบอ้อย จากนั้นก็มีโอกาสที่ราคาจะลดลง นายพรชัย กล่าว
ส่วนในปีหน้าคาดว่าปัญหาเอทานอลคงจะไม่ตึงตัว และราคาไม่แพงเช่นปีนี้ เนื่องจากการที่กระทรวงพลังงานได้ส่งเสริมให้โรงงานเอทานอลใช้เชื้อเพลิงที่หลากหลายขึ้น นอกเหนือจากกากน้ำตาล ก็สามารถผลิตจากแป้งมันฯ ได้ ทำให้มีวัตถุดิบใช้ป้อนโรงงานอย่างเพียงพอและสม่ำเสมอตลอดทั้งปี เพราะในส่วนของกากน้ำตาลจะออกสู่ตลาดมากในช่วงเปิดหีบ คือ ธ.ค.-ก.พ. ในแต่ละปี จากนั้นปริมาณกากน้ำตาลจะเริ่มลดลง ขณะที่มันสำปะหลังจะออกมาสู่ตลาดในช่วงฤดูฝน และจากการที่ราคาน้ำตาลในตลาดถีบตัวสูงมาก จึงมั่นใจว่าจะเป็นแรงจูงใจให้มีการปลูกอ้อยมากขึ้น และทำให้มีโมลาสเพียงพอ
นอกจากนี้ เมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา กระทรวงพลังงานยังได้ทำหนังสือไปยังโรงงานเอทานอลทุกแห่ง และสมาคมการค้าผู้ผลิตเอทานอลไทย เพื่อขอความร่วมมือให้ชะลอการส่งออกเอทานอลในไตรมาส 3 และ 4 เพื่อให้มีเอทานอลเพียงพอใช้ในประเทศ ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือในระดับหนึ่ง. - สำนักข่าวไทย
---------------------------------------------------------------------
10. เอนเนอร์จี รีฟอร์ม ชูนวัตกรรมใหม่จากประเทศอิตาลี ครั้งแรกในเมืองไทย
บริษัทเอนเนอร์จี รีฟอร์ม ชูนวัตกรรมใหม่จากประเทศอิตาลี ครั้งแรกในเมืองไทยกับเทคโนโลยีอัจฉริยะของระบบหัวฉีด Energy Reform และน้ำมันเครื่องสำหรับรถใช้แก๊ส Energy 1 พร้อมปั้นแบรนด์ระดับพีเมี่ยม เต็มสูบ ตอบรับการขยายตัวตลาดพลังงานทดแทน เจาะกลุ่มลูกค้าอู่รถคุณภาพ และกลุ่มลูกค้าผู้ใช้ตรง
เอนเนอร์จี รีฟอร์ม ผู้นำด้านระบบและอุปกรณ์ติดตั้งแก๊สรถยนตร์อย่างครบวงจร ด้วยคุณภาพระดับพรีเมี่ยม เกรด A จากประเทศอิตาลี ที่ได้รับการยอมรับถึงมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดในระดับโลก และมียอดขายเป็นอันดับหนึ่งในตลาดมิกเซอร์หรือระบบดูดLPG (Mixer kit) ติดต่อกันนานถึง 4 ปีตั้งแต่ปี 2548 -2552
โดยคุณสุรศักดิ์ และคุณสุรชัย นิตติวัฒน์ 2 ผู้บริหาร บริษัทเอนเนอร์จี รีฟอร์ม ได้จัดกิจกรรมสัมมนาพิเศษ ภายใต้งาน The Energy of Success The Energy Reform (ผนึกพลังความสำเร็จไปด้วยกันกับเอนเนอร์จี รีฟอร์ม) เพื่อขอบคุณเจ้าของและช่างอู่รถ ที่เดินเคียงข้างมาตลอดเส้นทางกว่า4 ปีที่ผ่านมา ด้วยกิจกรรมสร้างองค์ความรู้ และความเข้าใจอย่างครบวงจรในกระบวนการติดตั้งระบบและอุปกรณ์แก๊สรถยนต์ให้แก่เจ้าของและช่างอู่รถให้มีความพร้อมและเข้าใจในการบริการอย่างแท้จริง
นอกจากนี้เอนเนอร์จี รีฟอร์มยังสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้าทั้งลูกค้าประเภทอู่รถยนต์ และผู้ใช้ตรง กับบริการที่แตกต่างโดยจับมือกับพันธมิตร บริษัทประกันภัยชั้นนำของประเทศไทย มอบประกันภัยจากบริษัทวิริยะประกันภัย จำกัด นานถึง 2 ปี มูลค่า 500,000 บาท ซึ่งเป็นเจ้าแรกและเจ้าเดียวในประเทศไทยที่ได้รับการประกันภัยสำหรับรถยนต์ติดตั้งแก๊ส เป็นการตอกย้ำเรื่องคุณภาพความปลอดภัยสูงสุด อีกทั้งกระตุ้นให้ผู้ติดตั้งตัดสินใจได้ง่ายขึ้น โดยคุณวิไล ปรีชาภรณ์ ผู้จัดการฝ่ายประกันภัยทรัพย์สินและเบ็ดเตล็ด บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด ร่วมให้ข้อมูลการรับประกัน กับบริษัทเอนเนอร์จี รีฟอร์มเสมอมา
พร้อมทั้งได้เลือกตัวแทนอู่ 5 อู่ ที่ได้รับมาตรฐานมาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์จริง ในเรื่องของอุปกรณ์หัวฉีด Energy Reform คุณภาพสินค้าเมื่อเปรียบเทียบกับสินค้ายี่ห้ออื่นๆ อธิบายเทคนิคโปรแกรมการปรับจูนแก๊สของ Energy Reform และปัญหาจากงานติดตั้งโดย คุณเวสารัช ทองตันไตรย์ จากBimmer BMW, คุณจักรมาลา ไกรฤกษ์ จากArmy Gas 2 ลาดพร้าว, คุณสำราญ ภารดรบัญชา จากDynamic คลองหลวง, คุณสมชาย กลีบมาลัย จาก Army Gas 1, คุณปริญญา รัตนสงวนวงศ์ จากอู่ตันติรันต์
และปิดท้ายด้วยการโชว์และสาธิตการจูนเครื่องด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ทันสมัย ทั้งรถญี่ปุ่นและรถยุโรป ณ โรงแรมรามา การ์เด้นท์ ถนนวิภาวดีรังสิต
---------------------------------------------------------------------